วันอังคารที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

งานกลุ่มสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ


ตลาดเก่าอ่างศิลา


ตลาดเก่าอ่างศิลา
Angsila old market

อ่าง ศิลา เป็นหมู่บ้านประมงริมทะเล อยู่ห่างจากตัวเมืองชลบุรีประมาณ 5 กิโลเมตร ปัจจุบันเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงหอยนางรมและหอยแมลงภู่ และเป็นแหล่งทำครกหิน ซึ่งริเริ่มโดยชาวจีนแต้จิ๋วซึ่งอพยพเข้ามาหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้นำหินเนื้อละเอียดที่มีอยู่มากมายแถบอ่างศิลามาแกะสลัก จนปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์เป็นสินค้าของใช้ ของตกแต่งบ้าน มากมาย นอกจากนี้อ่างศิลายังเคยเป็นสถานตากอากาศชายทะเลเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง มีตำหนักที่ประทับริมทะเลสมัยรัชกาลที่ 5 สถาปัตยกรรมแบบยุโรป ให้เห็นอยู่ รวมทั้งเป็นย่านร้านอาหารทะเลอร่อย ๆ หลายร้าน
สำหรับตลาดอ่างศิลาเริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2419 จนถึงปัจจุบันนับเป็นเวลา 133 ปีแล้ว เทศบาลตำบลอ่างศิลา และชุมชนชาวอ่างศิลา ได้ร่วมกันพัฒนาตลาดอ่างศิลา เพื่อให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญอีกแห่ง หนึ่งของจังหวัดชลบุรี ภายใต้ชื่อโครงการ ตลาดเก่าอ่างศิลา 133 ปี โดยมีกำหนดเปิดตลาดในวันที่ 1 พฤษภาคม 2552 และทุกวันเสาร์อาทิตย์ เวลา 10.00 -18.00 น.ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมนี้เป็นต้นไป มีชาวบ้านมาจำหน่ายสินค้าอาหาร ของฝากมากมาย อาทิ อาหารทะเลแปรรูป ขนมครกสูตรโบราณ ห่อหมก ฯลฯ


ภาพบรรยากาศของตลาดเก่าอ่างศิลาที่เราเก็บภาพมาฝากกัน

มาดูกันดีกว่าว่าที่สะพานปลาอ่างศิลานี้มีอะไรให้ชาวหมูหิน.คอมช้อปปิ้งกันบ้าง ต้องบอกเลยค่ะว่าอาหารทะเลที่นี่ไม่ธรรมดาจริงๆ มีให้เลือกสรรมากมายไม่ว่าจะเป็น กุ้ง กั้งแก้ว ปลาหมึกกระดอง ปลาหมึกศอก หนวดปลาหมึก แถมไม่พอปลาหมึกที่นี่จะเอาเฉพาะตัวที่ไข่ก็ได้นะคะ หอยแครง หอยแมลงภู่ หอยหวาน หอยนางรมที่แกะแล้ว พร้อมเครื่องครบชุด สะดวกกินมากๆมีน้ำจิ้มซีฟู้ดแยกขายด้วยค่ะ ปูม้า ปลานานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นปลาซาบะ ปลาทู ปลากระพง ปลาอินทรีย์ ที่แปลกๆก็มีปลากระเบนแล้วก็ปลาฉลามทราย ที่ไม่กินเนื้อ แถมไม่กัดคนอีกต่างหากค่ะ ซื้อของทะเลเสร็จแล้ว กลัวไม่สด ที่สะพานปลาอ่างศิลาก็มีบริการกล่องโฟม+น้ำแข็งขาย อำนวยความสะดวกให้ด้วย เพื่อให้อาหารทะเลคงความสดจนถึงจุดหมายปลายทาง


วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม



วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิมอำเภอเมือง จ.ชลบุรี


วิหารหรือศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ เป็นศาลเจ้าจีนที่ก่อสร้างอย่างสวยงามใหญ่โต ตั้งอยู่ริมเส้นทางเลียบชายทะเลจากอ่างศิลาไปเขาสามมุข มีตึก 4ชั้น ภายในโอ่โถงตระการตาด้วยสถาปัตยกรรมแบบจีน จุดเด่นด้านศิลปวัตถุที่สำคัญ ได้แก่ รูปปั้นมังกรซึ่งมีมาถึง 2,840ตัว กระถางธูปศักดิ์สิทธิ์ เสาฟ้าดิน นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ที่มีองค์ไท้ส่วยเอี้ย (ดาวเทพคุ้มครองดวงชะตาประจำปีเกิดของมวลมนุษย์) ครบ 60 องค์ ให้ผู้มาเยือนได้ขอพรได้ตรงตามปีเกิด


ประวัติศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ


เดิมเป็นศาลเจ้าขนาดเล็ก สร้างขึ้นโดยอาจารย์สมชาย เฉยศิริ เมื่อปี 2534ต่อมาศิษยานุศิษย์ พ่อค้า ประชาชนที่เลื่อมใสในองค์เทพเจ้าหน่าซาไท้จื้อ ได้ร่วมบริจาคสร้างศาลเจ้าขึ้นใหม่ ในวโรกาสเฉลิมพระเกียรติครบรอบ 72 พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2541 สมเด็จพระสังฆราชฯ เสด็จมาเป็นประธานพิธีเททองหล่อพระพุทธ 7 องค์ และพระราชทานนามศาลเจ้าแห่งนี้ว่า "วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม" ซึ่งหมายความว่า ที่สถิตของทวยเทพเจ้าทั้งหลาย ปัจจุบัน ประกอบด้วยอาคารหลัก 3 หลัง หอฟ้าดิน 1 หลัง บนเนื้อที่ 13 ไร่ ติดต่อสอบถามรายละเอียด โทร. 0 3839 8381-4, 0 3839 8399






















เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2541 สมเด็จพระสังฆราชฯ เสด็จมาเป็นประธานพิธีเททองหล่อพระพุทธ 7 พระองค์ และทรงประทานพระบรมสารีริกธาติสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 9 พระองค์ให้แก่ คณะกรรมการมูลนิธิธรรมรัศมี มณีรัตน์ เพื่อทำพิธีบรรจุ และได้รับเกียรติจาก ฯพณฯท่าน ม.ร.ว.อดุลกิติ์ กิติยากร เป็นประธานในพิธีบรรจุพระบรม สารีริกธาตุสมเด็จพระสังฆราชฯ ได้พระราชทานนามวิหารแห่งนี้ว่า "วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม" มีความหมายว่า เป็นที่สถิตของทวยเทพเจ้าทั้งหลายเป็นสถาปัตยกรรมจีนที่มีความสวยงามมากแห่งหนึ่งในย่างตะวันออกเลยทีเดียว จะเห็นได้ว่าตัวอาคารมีมังกรพันเสาอยู่ทุกต้นตัวอาคารเป็นอาคาร 4 ชั้น

ชั้นที่ 1

เป็นที่ประดิษฐานของพระกษิติครรภโพธิสัตว์ นอกจากนี้ยังมีองค์ดวงเทพพระเคราะห์ (องค์ไท้ส่วย) ทั้งหมด 60 องค์ และยังเป็นที่ทำการของมูลนิธิธรรมรัศมีมณีรัตน์อีกด้วย

ชั้นที่ 2

เป็นที่ประดิษฐานขององค์เทพเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ ทั้ง 3ปางที่จำลองมาจากมณฑลเสฉวนจากประเทศจีนซึ่งเป็นศาลเจ้าแรกขององค์เทพเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ ที่ท่านแม่ขององค์เทพเจ้าหน่าจาเป็นผู้สร้างให้ ในชั้นนี้มีรูปปั้นมหาโพธิสัตว์กวนอิมหรือพระอวโลกิเตศวร อีกหลายปาง


ชั้นที่ 3


เป็นที่ประดิษฐานขององค์เง็กเซียนฮ่องเต้ ที่เรารู้จักกันดีว่าท่านเป็นผู้เป็นใหญ่แห่งสวรรค์ ข้าราชการนิยมมากราบไหว้เพื่อมาขอพรท่านให้ได้เลื่อนตำแหน่งในหน้าที่การงาน และยังมีองค์เทพเจ้าที่ชาวจีนให้ความเคารพอีกมาก มาย

ชั้นที่ 4

เป็นชั้นที่สูงสุด เป็นที่ประดิษฐานรูปปั้นองค์ประธานหรือองค์พระศรีอริยเมตตรัย และองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอีก 5 พระองค์ที่ตั้งอยู่ 5 ทิศ และองค์สมเด็จพระอนุตรธรรมมารดา ผู้ให้กำเนิดแก่จักรวางทั้งปวงเป็นผู้ให้ กำเนิดสรรพชีวิตทั้งหลายในโลกนี้ บุคคลท่านใดไม่มีบุตร นิยมมากราบไหว้ขอพรท่านให้ได้บุตรก็จะสมหวังดังที่ขอไว้ได้บุตรมีสติปัญญาที่ดี และมีสุขภาพแข็งแรง

วันเสาร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2553


โปรแกรมทัวร์
รายละเอียด : “พาแม่เที่ยวเมืองใต้”
ชุมพร – ระนอง – สุราษฎร์ธานี
ราคา : 4500 บาท
เดินทางสู่ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและระบบนิเวศป่าชายเลน ณ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร สักการะกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระบิดากองทัพเรือไทย ณ ศาลกรมหลวงชุมพร และเดินทาง ชื่นชมบรรยากาศบนหาดทรายรี ชมพันธุ์ไม้นานนานชนิด และเอื้องเพชรหึงส์ พันธุ์กล้วยไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มากที่สุดในโลกนับหมื่นต้น จากนั้นสักการะศาลหลักเมือง คาราวะอนุสาวรีย์ พระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี เจ้าเมืองระนอง (ท่านคอซูเจียง)สักการะศาลหลักเมืองสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบศรีวิชัยที่งดงาม

วันที่ 1
กรุงเทพฯ – ประจวบคีรีขันธ์ – ชุมพร
06.00
ทุกท่านพร้อมกันที่ จุดนัดพบ
06.30
ออกเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศสู่ อำเภอบางสะพาน ประจวบคีรีขันธ์ บริการอาหารกล่อง เครื่องดื่ม
11.30
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านเฉี่ยวโอชา 3
12.30
ออกเดินทางสู่ หาดบ้านกรูด เขาธงชัย ที่ตั้งของ พระมหาเจดีย์เก้ายอด พระปรางค์จัตุรมุขสูงสามชั้นงดงามสง่า ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ผลงานการออกแบบของ ม.ร.ว.มิตรารุณ เกษมศรี ศิลปินแห่งชาติ ซึ่งชาวบ้านกรูดร่วมใจกันสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ภายในตกแต่งด้วยภาพจิตรกรรมกระจกปรุงสีที่วิจิตรงดงาม และเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นชายหาดลักษณะโค้งมนคล้ายพระจันทร์เสี้ยวที่ทอดตัวคู่ขนานยาวไปกับแนวฝั่ง มีทิวมะพร้าวและทิวสนสีเขียวตัดไปกับสีฟ้าครามของน้ำทะเล บรรยากาศสงบและเป็นธรรมชาติ และเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธกิติสิริชัย ศิลปะคันธาระ ที่ชาวบางสะพานสร้างเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายแด่สมเด็จ – พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษาครบห้ารอบ และสักการะ เสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ซึ่งชาวบ้านเล่าขานว่าพระองค์เคยเสด็จมาประทับบริเวณนี้เพื่อพักทอดสมอเรือรบ
13.00
เดินทางสู่ บ้านน้ำพุ อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ชม โครงการจัดการป่าไม้บนพื้นที่สันทราย บ้านน้ำพุ
โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระราชทานแนวคิดว่า “ … เพราะภูมิประเทศนี่มันใหญ่กว่าเรา ไม่ใช่ว่าเราใหญ่กว่าภูมิประเทศ เราไปย้ายภูมิประเทศ มันยากกว่าย้ายตัวเรา…” จึงเป็นที่มาของโครงการนี้เพื่อรักษา ป่าบนสันทรายแห่งสุดท้ายของบางเบิด ไว้ ชมพันธุ์พืชเฉพาะถิ่นที่มีกว่า
160 ชนิดที่หาดูได้ยากในที่อื่นๆ ของประเทศตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ อาทิ เฟิร์น ตาซ่าน ต้นเสม็ดชุนยักษ์ ที่มีเปลือก
สีแดงทั้งต้น อายุนับร้อยปี ต้นปลาไหลเผือก ต้นตรึงบาดาล รวมทั้งพันธุ์พืชจากป่าพรุ ป่าชายหาด ป่าดิบชื้นที่มางอกงามรวมกันบนหุบทรายแห่งนี้ จากนั้นชม ปรากฏการณ์เนินทรายที่ใหญ่และสูงที่สุดในประเทศไทย เหมือนกำแพงยักษ์
สูงกว่า 30 เมตร ในระยะทางที่ยาวถึง 10 กม. ผลงานการออกแบบของธรรมชาติโดยน้ำและลมที่ใช้เวลานับพันปี และเลือกซื้อผลิตผลจากโครงการฯ
จากนั้นแวะช้อปปิ้ง ของที่ระลึกและเลือกซื้อกล้วยไข่และผลไม้ตามฤดูกาลหลากชนิดที่ ศาลพ่อตาหินช้าง อ.ท่าแซะ
18.00
ข้าที่พัก ชุมพรคาบาน่า รีสอร์ท ณ หาดทุ่งวัวแล่น หรือระดับเทียบเท่า
เชิญพักผ่อนตามอัธยาศัย (กรุณาเตรียมชุดว่ายน้ำไปด้วยนะคะ)
19.00
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของรีสอร์ท

วันที่ 2
ชุมพร – ระนอง
07.00
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
08.00
เดินทางสู่ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและระบบนิเวศป่าชายเลน ณ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร สักการะกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระบิดากองทัพเรือไทย ณ ศาลกรมหลวงชุมพร และเดินทาง ชื่นชมบรรยากาศบนหาดทรายรี
10.00
เดินทางสู่จังหวัดระนอง “เมืองท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ” ชมส่วนที่แคบที่สุดของแหลมมลายูที่คอคอดกระ - บ้านทับหลี จุดที่สามารถชมทิวทัศน์ของแม่น้ำกระบุรี ที่แบ่งพรมแดนไทย – พม่า ได้อย่างชัดเจนและที่พลาดไม่ได้คือ ณ กิโลเมตรที่ 45 ถนน เพชรเกษม ชิมซาลาเปาบ้านทับหลี ที่มีชื่อมานานคู่เมืองกระบุรี
12.00
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านเฮอร์ริเทจ
13.00
นั่งรถไม้โบราณ นำท่านเที่ยวชมสวนสาธารณะรักษะวาริน บ่อน้ำพุร้อนรักษะวาริน ปรากฏการณ์ธรรมชาติในที่บริเวณที่เป็นแหล่งน้ำอุ่นหรือน้ำร้อนใต้ดินที่ไหลผ่านและซึมออกมาจากพื้นดิน โดยมีระยะเวลาสะสมหลายพันล้านปี ที่นี่มี 3 บ่อหลัก ซึ่งอุณหภูมิอยู่ประมาณ 65 องศาเซลเซียส สามารถใช้ดื่มและอาบได้ มีประโยชน์ต่อร่างกายในการบำบัดรักษาสุขภาพ นอกจากนี้ยังเป็นน้ำที่นำไปใช้ในพิธีพุทธาภิเษกและทำน้ำพระพุทธมนต์ในพระราชพิธีฉลองพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เยือนระนองแคนย่อน ความมหัศจรรย์ของขุนเขาและสระน้ำเขียวมรกต และเยี่ยมชุมชนที่วัดหาดส้มแป้น หมู่บ้านทำเหมืองแร่ดีบุกในอดีต เยือน สวนเกษตรสุขภาพ แหล่งท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ตามรอยพยุคลบาท ทึ่งกับแก้มลิงบเชิงเขา การบริหารจัดการ น้ำ ดิน และป่าอย่างยั่งยืน ชมพันธุ์ไม้นานนานชนิด และเอื้องเพชรหึงส์ พันธุ์กล้วยไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มากที่สุดในโลกนับหมื่นต้น จากนั้นสักการะศาลหลักเมือง คาราวะอนุสาวรีย์ พระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี เจ้าเมืองระนอง (ท่านคอซูเจียง)
18.00
รับประทานอาหารเย็น พร้อมชมพระอาทิตย์ตกน้ำ และทัศนียภาพสองฝั่งประเทศ ไทย-พม่า
ดื่มด่ำบรรยากาศริมชายหาด ณ ร้านอาหารเคียงเล
20.00
เข้าที่พัก โรงแรมทินิดี ระนอง หรือระดับเทียบเท่า พักผ่อนตามอัธยาศัย

หมายเหตุ
กำหนดการนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม และสภาพภูมิอากาศ
อัตราค่าบริการ ผู้ใหญ่ (พักห้องละ 2 ท่าน) ราคาท่านละ 4,500 บาท
เด็ก (อายุไม่เกิน 12 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน ไม่มีเตียง) ราคาท่านละ 3,300 บาท
กรณีพักห้องเดี่ยว เพิ่มท่านละ 1,600 บาท


ค่าบริการนี้รวม
ค่ารถโค้ชปรับอากาศ / ค่าเรือล่องแม่น้ำตาปี / ค่าที่พัก ตามระบุ 3 คืน / ค่าอาหารตามระบุในรายการ /
ค่าประกันอุบัติเหตุในการเดินทาง ท่านละ 1,000,000 บาท / มัคคุเทศก์ / ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการระบุ
ค่าบริการนี้ไม่รวม : ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % หรือ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย / ค่าใช้จ่ายนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในรายการ